เกมไพ่ คาสิโน ที่นิยมเล่นในปัจจุบันรวมเคล็ดลับข้อมูลดีๆไว้ที่นี่

คาสิโน

คาสิโนออนไลน์ ในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมจากนักพนันที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย โดยเฉพาะนักพนันสายไพ่ไม่ควรพลาดไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า แบล็คแจ็ค โปกเกอร์ ไพ่ 3 กอง และเกมไพ่ต่าง ๆ ที่ทาง คาสิโน ได้เปิดให้บริการแบบออนไลน์ และในวันนี้เราก็จะมาแนะนำเกมไพ่ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดให้ทุกคน และ มือใหม่ที่ต้องการเล่นไพ่ออนไลน์ได้รู้และลองศึกษาข้อมูลก่อนที่จะลงเดิมพัน

3 เกมไพ่ คาสิโน ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

คาสิโน

  1. บาคาร่าออนไลน์

เกมไพ่ยอดนิยมใน คาสิโน ที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จัก และมีการเล่นที่คล้าย ๆ กับเกมไพ่ป๊อกเด้งในบ้านเรา แต่จะเป็นการเล่นระหว่างเจ้ามือ และ ผู้เล่น และให้ทายว่าฝั่งไหนจะเป็นฝ่ายชนะในตานั้น ๆ เกมนี้สามารถมีผู้เล่นได้หลายคน

กติกาการเล่น

  1. ในการเล่นบาคาร่าเจ้ามือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่นทั้งหมดคนละ 2 ใบ เพื่อลุ้นว่าฝั่งไหนจะได้ไพ่สูงกว่ากัน
  1. ในกรณีเมื่อทำการเปิดไพ่แล้ว หากจั่วไพ่ในมือรวมกันแล้วมีค่าน้อยกว่า 5 แต้ม ก็จะต้องมีการเพื่อเสริมแต้มเพิ่มไพ่ได้ฝั่งละ 1 ใบเท่านั้น
  1. หากทางฝั่งเจ้ามือ หรือผู้เล่นได้แต้ม 8-9 แต้มก็จะเป็นฝ่ายชนะทันที
  1. สำหรับคนทายผลว่าฝั่งเจ้ามือ หรือ ฝั่งผู้เล่นฝ่าย ไหนจะเป็นฝ่ายชนะ หากทายถูกก็จะได้รับเงินรางวัลไปในทันที

การนับแต้มไพ่

สำหรับการนับแต้มไพ่จะเหมือนกับการนับแต้มไพ่ของป๊อกเด้ง โดยที่ 10, J, K, Q = 0 แต้ม, A = 1 แต้ม, เลข 2-9 = จำนวนตามหน้าไพ่นั่น ๆ

  1. แบล็คแจ็คออนไลน์

ในสมัยยุโรปในยุค 1601 ได้เริ่มมีคนรู้จัก เกมแบล็คแจ็คเป็นที่แรก และได้เริ่มเผยแพร่ให้คนรู้จักกันจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมายาวนานจาก คาสิโน จนถึงยุคของออนไลน์ ที่น่าสนุกของเกมนี้ก็คือผู้เล่นจะต้องมีแต้มในมือที่ใกล้เคียง 21 แต้ม และห้ามเกิน 21 แต้มไม่อย่างนั้นก็จะถือว่าแพ้ทันที

กติกาการเล่น

  1. ทางฝั่งเจ้ามือจะทำการแจกไพ่ 2 ใบ ถ้าเกิดว่าแต้มในมือของฝั่งใดฝั่งหนึ่งมีแต้มเกิน 21 ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ทันที
  1. หากไม่มีใครคัดค้านหรือพอใจกับแต้มแล้ว ทางเจ้ามือจะทำการเปิดไพ่ทันที ในกรณีที่เจ้ามือมีแต้มเท่ากัน คือ 17 แต้ม ก็จะไม่สามารถจั่วไพ่เพิ่มได้
  1. ฝั่งผู้เล่นจะชนะเกมแบล็คแจ็คได้ คือไพ่ในมือมีแต้มสูงกว่าเจ้ามือ หรือไพ่ของผู้เล่นนั้นเป็นแบล็คแจ็คนั่นเอง
  1. หากทั้งผู้เล่นและเจ้ามือมีไพ่เสมอกัน ผู้เล่นก็จะได้รับเงินเดิมพันคืนครึ่งนึง

การนับแต้มไพ่

แต้มไพ่ของแบล็คแจ็คนั้นจะต่างกับแต้มไพ่ธรรมดาทั่วไป โดยที่เลข 2-10 จะนับแต้มตามหน้าเลขไพ่ปกติ ส่วน J, K, Q จะนับเป็น 10 แต้ม ส่วน A = 11 หรือ 1 แต้ม ตามความเหมาะสมของสถานการณ์นั้น ๆ เช่น หากแต้มในมือมี 20 แต้ม แล้วต้องการจั่วเพิ่มให้ได้ A ก็จะเท่ากับว่า A คือ 1 แต้มนั่นเอง

กติกาเกม แบล็คแจ็ค

  1. ถ้ามีแต้มไพ่เท่ากันจะถือว่าเสมอ และจะมีการแบ่งเงินครึ่งหนึ่งให้กลับมา
  1. ไพ่ในมือถ้าได้ 21 แต้ม หรือได้ไพ่ที่เรียกว่าแบล็คแจ็ค ก็จะชนะในทันทีเมื่อเปิดไพ่
  1. ในกรณีที่รับไพ่มา 1 ใบแล้วมีความมั่นใจว่าตัวเองจะชนะ หรือมีการจั่วไพ่ใบที่ 3 ก็สามารถวางเงินเดิมพันเพิ่มเป็น 2 เท่าได้
  1. ในกรณีที่ได้ไพ่คู่สามารถแยกไพ่ออกเป็น 2 กองได้ ตัวอย่างเช่น 2-2, A-A, 4-4 หากแบ่งออกมาแล้วก็จะต้องวางเงินเดิมพันให้เท่ากับกองแรก เช่น ผู้เล่นทำการวางเดิมพันที่ 300 หากแบ่งกอง ก็จะต้องเพิ่มอีก 300 เท่ากันทั้ง 2 ฝั่ง
  1. ไพ่โป๊กเกอร์

โปกเกอร์เป็นเกมไพ่ที่ ผู้เล่นจะต้องใช้ทักษะ และ เทคนิคต่างในการสังเกตและใช้ความคิดในการตัดสินใจ เป็นอย่างมากโดยผู้เล่น จะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฏกติกาและศัพท์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเล่น

กติกาเกม โป๊กเกอร์

  1. การเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์ ผู้เล่นจะต้องเลือกโต๊ะนั่งที่ต้องการได้ โดยแต่ละโต๊ะจะมีกำหนดจำนวนเงินเดิมพันได้ตั้งแต่ 50, 100, 200 และ 300 ซึ่งตรงนี้ก็จะแล้วแต่การวางโต๊ะของทางดีลเลอร์อีกด้วย
  1. ในการเล่นผู้เล่นจะมีไพ่ในมือทั้งหมด 2 ใบ โดยจะแจกไพ่วนโต๊ะตามลำดับรอบโต๊ะ เพื่อไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกว่ามีการเสียเปรียบ ได้เปรียบกัน ทั้งนี้ผู้เล่นก็ยังสามารถเลือก สู้ หรือ หมอบ ได้
  1. ทางผู้เล่นสามารถเลือก สู้ ตาม หรือ หมอบได้ตามลำดับจะไม่มีการข้ามใครคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ยังสามารถเลือกวางเงินเดิมพันเพิ่มได้ หากผู้เล่นเลือก สู้
  1. ในกรณีที่ทางผู้เล่นเลือก หมอบ ก็จะหมายความว่าผู้เล่นยอมแพ้ และจะมาสามารถเล่นเกมต่อได้ จนกว่าจะจบเกมในตานั้นแล้วเริ่มใหม่
  1. หากผู้เล่นเลือกที่จะ สู้ หรือ ตาม ก็จะสามารถเปิดไพ่สู้กับคนอื่น ๆ ในโต๊ะได้ และจะเปรียบเทียบกันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ แต่หากเกิดทั้ง 2 เสมอกัน สำหรับเงินรางวัลก็จะแบ่งครึ่งให้แต่ละฝ่ายตามจำนวนที่ลงเดิมพันไว้

การนับแต้มไพ่

การนับแต้มไพ่ของโป๊กเกอร์ตัว A โดยแต้มไพ่ตามปกติแล้วจะมีแต้มเป็น 1 แต้ม แต่สำหรับโป๊กเกอร์จะถือว่าเป็นแต้มที่ใหญ่ที่สุดในเกมนี้ ส่วน J, K, Q และ 2 ก็จะเป็นไพ่ที่มีแต้มน้อยที่สุดในเกม 3 – 10 จะเป็นแต้มตามเลขหน้าไพ่นั้น ๆ

ลำดับการชนะของแต้มไพ่

รอยัลฟลัช โดยประเภทไพ่จะมี A, J, K, Q และ 10 ที่มีดอกเดียวกัน หรือ คละดอกกันก็ได้ ก็จะถือว่าเป็นไพ่รอยัลฟลัชเช่นกัน

สเตรทฟลัช โดยประเภทไพ่จะมี สเตรท กับ ฟลัช ซึ่งสเตรทจะมีดอกไพ่เหมือนกัน หน้าไพ่ 5 ใบที่จะต้องมีดอกเดียวกันและเรียงลำดับกันเท่านั้น

โฟร์การ์ด คือไพ่ 4 ใบที่มีแต้มเท่ากัน และอีก 1 ใบเป็นอะไรก็ได้ เช่น 8, 8, 8, 8, 2 เป็นต้น

ฟูลเฮาส์ คือไพ่ตอง และ คู่ ที่มีแต้มเท่ากัน 3 ใบ และมีแต้มเท่ากันอีก 1 คู่ เช่น 3, 3, 3, 2, 2 เป็นต้น

ฟลัช คือ ไพ่ 5 ใบ ที่จะมีแต้มเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะต้องมีไพ่ดอกเดียวกันเท่านั้น

สเตรท ไพ่ 5 ใบ ดอกใดก็ได้ที่มีแต้มเรียงลำดับต่อกันทั้งหมด 5 ใบ

ตอง ไพ่ 3 ใบที่จะมีแต้มเท่ากัน ส่วนอีกสองใบออกมาเป็นอะไรก็ได้

คู่ 2 ชุด คือไพ่ในมือจะต้องมีแต้มเท่ากัน 2 คู่ และอีก 1 ใบที่จะเป็นอะไรก็ได้

– 1 คู่ คือการมีไพ่ในมือแต้มเท่ากัน 1 คู่ และอีก 3 ใบที่จะเป็นอะไรก็ได้

ไพ่สูง หากมือต่าง ๆ ที่กล่าวไปไม่มีอยู่แล้วก็สามารถใช้ไพ่ใบนี้จัดการคู่ต่อสู้ได้ ส่วนการนับแต้มจะเหมือนการนับแต้มของบาคาร่านั่นเอง

สำหรับบาคาร่าถือว่าเป็นเกมไพ่ที่มือใหม่สามารถเล่นได้ง่าย เล่นเร็ว และได้เงินเร็ว หรือจะเรียกว่าเป็นเกมเร็วก็ยังได้ ส่วนไพ่แบล็คแจ็คเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดและทักษะเพื่อคำนวณและคาดคะเน อีกทั้งกฎกติกาก็สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สำหรับโป๊กเกอร์แล้ว ถือได้ว่าเป็นเกมที่ต้องใช้ทักษะความคิดและการตัดสินใจมากกว่าเกมทั้ง 2 ที่ได้กล่าวไป

ก็เพราะว่าเกมโป๊กเกอร์เราสามารถที่จะเป็นฝ่ายชนะได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีแต้มที่น้อยกว่า อีกทั้งยังเหมาะกับผู้เล่นบางคนที่ต้องการฝึกฝนตัวเองและต้องการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างโอกาสในการชนะได้อีกด้วย สำหรับมือใหม่ ก็ต้องแนะนำเกม บาคาร่า ในการเริ่มเล่นในระยะแรก ๆ ก่อน แล้วค่อยพัฒนาขึ้นมาตามลำดับจะเป็นผลดีกว่านั่นเอง